เทคนิคเคลมประกันรถอย่างไร ไม่ให้เสียประวัติ

Last updated: 25 ก.พ. 2569  |  159 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เทคนิคเคลมประกันรถอย่างไร ไม่ให้เสียประวัติ

      การมีประกันรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นประกันชั้น 1 ชั้น 2 หรือชั้น 3 ถือเป็นตัวช่วยสำคัญเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันบนท้องถนน อย่างไรก็ตาม หลายคนกังวลว่าการแจ้งเคลมประกันบ่อย ๆ อาจส่งผลต่อ “ประวัติการเคลม” และกระทบต่อค่าเบี้ยประกันในปีถัดไปได้ ดังนั้นการเข้าใจหลักการเคลมให้ถูกต้อง จะช่วยลดผลกระทบต่อประวัติได้มากที่สุด


บทความนี้จะสรุปเทคนิคการเคลมประกันรถให้เหมาะสม ทั้งกรณีมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี เพื่อให้คุณใช้สิทธิ์ประกันได้อย่างคุ้มค่าและไม่เสียประวัติโดยไม่จำเป็น


ทำความเข้าใจก่อนว่า “การเคลมประกัน” ส่งผลต่อประวัติอย่างไร
ประวัติการเคลม คือข้อมูลที่บริษัทประกันใช้พิจารณาความเสี่ยงของผู้เอาประกัน หากมีการเคลมบ่อย โดยเฉพาะกรณีที่เป็นฝ่ายผิด อาจทำให้ไม่ได้รับส่วนลดเบี้ยประกัน หรือถูกปรับเพิ่มค่าเบี้ยในปีต่ออายุกรมธรรม์






เทคนิคเคลมประกันรถ เพื่อลดโอกาสเสียประวัติ


1. กรณีเคลมประกันและเราเป็นฝ่ายถูก
หากเกิดอุบัติเหตุแล้วเราเป็นฝ่ายถูก และมีคู่กรณีชัดเจน การเคลมโดยทั่วไปจะไม่ส่งผลเสียต่อประวัติการเคลม และมักไม่กระทบต่อเบี้ยประกันในปีถัดไป โดยเฉพาะในประกันชั้น 1 ที่มีหลักฐานยืนยันสถานการณ์ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่เสียประวัติ แต่ก็อาจมีผลกระทบด้านเวลา ความยุ่งยากในการดำเนินเรื่อง หรือความเสียหายทางร่างกายและจิตใจจากอุบัติเหตุได้


2. กรณีเคลมประกันและเราเป็นฝ่ายผิด
กรณีที่เราเป็นฝ่ายผิด สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะหลัก


2.1 เคลมแบบมีคู่กรณี
หากเกิดการชนกับรถคันอื่นหรือทรัพย์สินของผู้อื่น และเราเป็นฝ่ายผิด การเคลมบ่อยครั้ง (เช่น มากกว่า 2 ครั้งต่อปี) หรือมีค่าซ่อมสะสมสูง อาจทำให้เสียประวัติ และไม่ได้รับส่วนลดเบี้ยประกันในปีถัดไป บางกรณีบริษัทประกันอาจปรับเพิ่มเบี้ยหรือเงื่อนไขความคุ้มครอง ดังนั้นควรใช้สิทธิ์เคลมเฉพาะกรณีที่จำเป็นจริง ๆ


2.2 เคลมแบบไม่มีคู่กรณี (เคลมแห้ง)
การเคลมแบบไม่มีคู่กรณีมักพบในเหตุการณ์ เช่น รถเฉี่ยวเสาไฟ ชนรั้วบ้าน หรือเกิดรอยขีดข่วนโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งโดยทั่วไปอาจต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) และมีโอกาสส่งผลต่อประวัติการเคลม
หากเกิดเหตุลักษณะนี้ ควรตรวจสอบสถานการณ์ให้ชัดเจน และแจ้งรายละเอียดตามข้อเท็จจริง เช่น ชนวัตถุใดหรือเกิดเหตุอย่างไร เพื่อให้บริษัทประกันพิจารณาเคลมได้ถูกต้อง


ข้อควรระวังเพื่อลดผลกระทบต่อประวัติการเคลม


* หลีกเลี่ยงการเคลมในกรณีความเสียหายเล็กน้อย หากสามารถซ่อมเองได้ในค่าใช้จ่ายไม่สูง
* แจ้งเหตุและเก็บหลักฐานทันที เช่น ถ่ายภาพที่เกิดเหตุ และข้อมูลคู่กรณี
* ไม่เคลมบ่อยเกินความจำเป็น โดยเฉพาะกรณีที่เป็นฝ่ายผิด
* ศึกษาเงื่อนไขกรมธรรม์ เช่น ค่า Excess และสิทธิ์ส่วนลดประวัติดี


สรุป
     ประกันรถยนต์ช่วยสร้างความอุ่นใจเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทั้งด้านความเสียหายต่อรถ ทรัพย์สิน และร่างกาย แม้ว่าการเคลมบางครั้งอาจส่งผลต่อประวัติ แต่หากเข้าใจหลักการเคลมและใช้สิทธิ์อย่างเหมาะสม ก็สามารถลดผลกระทบต่อประวัติและค่าเบี้ยในอนาคตได้ พร้อมทั้งยังได้รับความคุ้มครองอย่างคุ้มค่าตามที่ควรจะเป็น



และหากใครสนใจประกันภัยรถยนต์ นึกถึง MNR Insurance Broker คอยให้บริการ สามารถสอบถามเพิ่มเติมหรือติดตามได้ทางช่องทางต่างๆของ MNR Insurance Broker ยินดีให้บริการ   
โทร : 02-1070511-12    
Facbook : MNR Insurance Broker
Line : @mnrinsurancebroker

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้