รถวิ่งน้อย ไม่ค่อยได้ขับ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตอนไหน? 

Last updated: 24 มี.ค. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รถวิ่งน้อย ไม่ค่อยได้ขับ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตอนไหน? 

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเครื่องยนต์ เพราะช่วยหล่อลื่น ลดการสึกหรอ ดูดซับความร้อน และรักษาความสะอาดของเครื่องยนต์ ถึงแม้ว่ารถจะไม่ค่อยได้ใช้งาน น้ำมันเครื่องก็สามารถเสื่อมสภาพได้เช่นเดียวกันกับรถที่ใช้งานเป็นประจำ ดังนั้นสำหรับรถที่ใช้งานน้อย ไม่ค่อยได้ขับ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่คู่มือกำหนด โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงระยะทางที่กำหนด 
 
รถวิ่งน้อย ไม่ค่อยได้ขับ ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตอนไหน? 
 
  สำหรับระยะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง จะแบ่งตามประเภทของน้ำมันพื้นฐานที่ใช้ ดังนี้ 

  1.  น้ำมันเครื่องธรรมดา (Symthetic) อายุการใช้งาน 3,000-5,000 กิโลเมตร 
  2.  น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ (Semi Synthetic )อายุการใช้งาน 5,000 – 10,000 กิโลเมตร 
  3.  น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ( Fully Synthetic ) อายุการใช้งาน 15,000 – 20,000 กิโลเมตร 
 
          สำหรับที่รถใช้งานน้อยไม่ค่อยได้วิ่ง เมื่อน้ำมันเครื่องได้มีการผ่านการใช้งานแล้ว น้ำมันเครื่องก็จะมีการเสื่อมสภาพไปตามระยะเวลา ดังนั้นจึงควรทำการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องหลังจากมีการเปลี่ยนไปแล้วทุกๆ 6 เดือน เพื่อให้น้ำมันเครื่องยังคงมีคุณสมบัติและประสิทธิภาพเอาไว้ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ 
 
อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีไม่จำเป็นต้องรอจนครบระยะทางหรือระยะเวลาที่กำหนด หากเราตรวจเช็กรถในเบื้องต้นแล้วพบว่าน้ำมันเครื่องมีปริมาณที่ลดลง หรือน้ำมันเครื่องมีสีที่ดำมากกว่าปกติ เราควรที่จะเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องในทันที นอกจากนี้ยังต้องนำรถเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะลักษณะแบบนี้หมายความว่ารถของเราเริ่มมีอาการผิดปกตินั่นเอง 
 
น้ำมันเครื่อง หากไม่เปลี่ยนถ่ายจะเกิดอะไรขึ้น? 
สำหรับการไม่ถ่ายน้ำเครื่องตามกำหนดหรือวิ่งเกินระยะ แน่นอนว่าจะส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์อย่างแน่นอน โดยหลัก ๆ นั้นมีดังนี้ 
1. น้ำมันเครื่อง หนืด 
ถ้ารู้สึกว่ารถเร่งไม่ค่อยลื่น เหยียบคันเร่งแล้วตอบสนองไม่ทันใจ ไม่ค่อยออก แสดงว่าน้ำมันเครื่องนั้นเริ่มหนืดแล้ว เพราะมีการใช้งานที่นานมากนั่นเอง 
2. น้ำมันเครื่อง เสื่อมสภาพ 
ทุกครั้งที่เครื่องยนต์ทำงาน ชิ้นส่วนภายในที่เป็นโลหะจะมีการสึกหรอ น้ำมันเครื่องจะไปช่วยหล่อลื่น เพื่อไม่ให้ชิ้นส่วนโลหะเสียดสีกันโดยตรง จึงทำให้เครื่องยนต์สึกหรอช้าลง แต่ถ้าหากน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ ประสิทธิภาพการหล่อลื่นก็จะลดลง ทำให้ชิ้นส่วนภายในสึกหรอเช่นกัน 
3. กินน้ำมัน เสียงดัง ก่อมลพิษ 
เป็นผลมาจากการที่เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น เนื่องจากประสิทธิภาพของน้ำมันเครื่องลดลงไปตามกาลเวลาอีกทั้งเครื่องยนต์ก็จะทำงานเสียงดังมากขึ้น นอกจากนั้น ตัวรถยังก่อให้เกิดการปลดปล่อยมลพิษก็มีมากตามไปด้วย เนื่องจากเครื่องยนต์ต้องทำงานหนักขึ้นเมื่อมีการเร่งเยอะขึ้นนั่นเอง 
4. ค่าซ่อมแพงกว่า น้ำมันเครื่อง 
การปล่อยให้เลยกำหนดไปนานๆ ทำให้การชำระล้างคราบลดลง ชิ้นส่วนภายในจะเกิดการสะสมคราบตะกรันยางเหนียวเกาะติดภายในเครื่อง ซึ่งหากพบคราบเหล่านี้เกาะอยู่ตามแคมชาฟท์ หากต้องซ่อมก็อาจจะหลายหมื่นบาท ซึ่งสิ้นเปลืองกว่าการ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ราคา แต่ละครั้งเป็นสิบเท่า 

 และหากใครสนใจประกันภัยรถยนต์ นึกถึง MNR Insurance Broker คอยให้บริการ สามารถสอบถามเพิ่มเติมหรือติดตามได้ทางช่องทางต่างๆของ MNR Insurance Broker ยินดีให้บริการ   
โทร : 02-1070511-12    
Facbook : MNR Insurance Broker
Line : @mnrinsurancebroker

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้